คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการประกันภัยรถ
การประกันภัยรถยนต์








  คำถาม     การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นอย่างไร? มีกี่ประเภท?
  คำตอบ     การประกัยภัยรถในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ระบบ กล่าวคือ
  1. การประกันภัยรถภาคบังคับ เป็นการประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
        พ.ศ. 2535 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายเท่านั้น
  2. การประกันภัยภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยความเสียหายต่อตัวรถคันเอาประกัน
        และประกันความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกัน
        สามารถเลือกประเภทความคุ้มครองตามที่ต้องการได้ หรือที่เรียกว่า
        กรมธรรม์ประเภท 1, กรมธรรม์ประเภท 2, กรมธรรม์ประเภท 3
  คำถาม     มีความแตกต่างจากการประกันภัยแบบเก่าอย่างไร?
  คำตอบ     การประกันภัยรถยนต์แบบเดิม เป็นกรมธรรม์แบบไม่กำหนดผู้ขับขี่ ใครก็ได้มาขับขี่รถคันที่
  เอาประกันภัยโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยก็จะถือเสมือนเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย
  ซึ่งสภาพความเป็นจริงมีเพียงรถเพียงบางประเภทเท่านั้น เช่นรถแท๊กซี่/ รถเช่า รถประเภทนี้
  ความเสี่ยงภัยย่อมสูงกว่าผู้ขับขี่หรือผู้ใช้รถเพียงคนเดียวหรือไม่เกิน 2 คน เช่นสามีภรรยา
  เมื่อเบี้ยประกันภัยเป็นตัวเดียวกัน ผู้ใช้รถที่ความเสี่ยงภัยต่ำกว่าย่อมต้องแบกภาระ
  เบี้ยปรกันภัยจากรถประเภทที่เบี้ยประกัยสูงกว่า ดังนั้น จึงได้มีการปรับปรุงกรมธรรม์ที่
  ผู้เอาประกันภัยสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ ประโยชน์ท่ไดัรับคือ เบี้ยประกันภัยจะถูกลง
  นอกจากการเรื่องกรมธรรม์ระบุชื่อผู้ขับขี่แล้ว การคำนวณเบี้ยประกันภัยแบบใหม่ เราได้
  นำปัจจัยอื่นๆ อาทิ อายุผู้ขับขี่ อายุรถยนต์ กลุ่มรถยนต์ ฯลฯ มาเป็นหลักในการคำนวณเบี้ย
  ประกันภัยด้วย
  คำถาม     กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ และไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ให้ความต่างกันอย่างไร? ผู้ขับขี่ควรเลือกแบบไหน?
 เพราะอะไร?
  คำตอบ     ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ถ้าเลือกกรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ให้ความคุ้มครองทุกคนที่ขับขี่
  รถคันที่เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย แต่หากเลือกกรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่
  สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่รถคันเอาประกันภัยได้ไม่เกิน 2 คน ผู้เอาประกันภัยก็จะเสียเบี้ยประกันภัย
  ในราคาที่ถูกกว่า ดังนั้น การเลือกกรมธรรม์ว่าจะเป็นแบบใดดี จึงควรคำนึงถึงการใช้รถ
  เป็นสำคัญ เช่น เห็นว่า บ้านมีคนขับรถได้หลายคนแต่ท่านใช้รถเพียงคนเดียวทุกวัน ท่าน
  ก็เลือกแบบระบุชื่อ หากไม่มั่นใจ ก็เลือกแบบไม่ระบุชื่อ อันนี้แล้วแต่ความจำเป็นมากกว่า
  คำถาม     ทราบว่าจะมีการยกเลิกค่าเสียหายส่วนแรกที่บังคับให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
  จำนวน 3,000 บาท? เพราะเหตุใด?
  คำตอบ     ขอเรียนว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่ให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองจำนวน 3,000 บาท
  จะเป็นประโยชน์ต่อระบบประกันภัยโดยรวม ทั้งผู้เอาประกันภัยเองและการควบคุมของบริษัท
  ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเข้าใจภึงสาเหตุที่ต้องกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกและเข้าใจถึง
  ประโยชน์ ดังนั้น ในกรมธรรม์ใหม่จึงกำหนดให้ความเสียหายส่วนแรก เป็นไปโดยความสมัครใจ
  ของผู้เอาประกันภัย โดยส่วนลดเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับยังคงอยู่ในอัตราเดิม
  คำถาม     ระหว่าง Deductible กับ Excess เหมือนกันหรือแตกต่างกัน?
  คำตอบ     เหมือนกัน
  คำถาม     ค่าเสียหายส่วนแรกโดยสมัครใจ ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดววงเงินได้หรือไม่ และ
  จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยหรือไม่อย่างไร?
  คำตอบ     ค่าความเสียหายส่วนแรกโดยสมัครใจผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกได้ตามความต้องการ
  ส่วนลดเบี้ยประกันภัยกำหนดไว้ดังนี้
 1. ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (ยกเว้นรถจักรยานยนต์) ที่ไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับ
        ส่วนลดเบี้ยจำนวน 100% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก ส่วนที่เกิน
        จาก 5,000 บาท ได้รับส่วนลด 10%
 2. ความเสียหายต่อรถจักรยานยนต์ ที่ไม่เกิน 1,000 บาท ได้รับส่วนลดเบี้ย 100%
     ของความเสียหายส่วนแรก ส่วนที่เกิน 1,000 บาท ได้รับส่วนลด 20%
 3. ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกที่ไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับส่วนลดเบี้ย 10%
     ของจำนวนความเสียหายส่วนแรก ส่วนที่เกิน 5,000 บาท ได้รับส่วนลดเบี้ย 1%
  คำถาม     ผู้เอาประกันภัยสมัครใจขอรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเอง มีกรณีใดบ้างที่ผู้เอาประกันภัย
  จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง?
  คำตอบ     เฉพาะกรณีผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด และกรณีไม่สามารถแจ้งคู่กรณีได้
  คำถาม     โดยสรุปแล้วการทำประกันภัยแบบใหม่นี้ จะเกิดประโยชน์แก่ผู้ขับขี่อย่างไร?
  คำตอบ     ผู้เอาประกันภัยได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งในด้านความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัย
  เนื่องจากกรมธรรม์ได้ปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆให้ดีขึ้น เช่น ยกเลิกข้อยกเว้นความคุ้มครอง
  กรณีผู้ขับขี่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ ผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติการขับขี่รถดีได้รับส่วนลด
  สูงขึ้น (เดิม ขั้นสูง 40% ---- ใหม่ เป็น 50%) กรมธรรม์ระบุชื่อ ผู้เอาประกันภัยจะได้รับ
  ส่วนลดเบี้ยประกันภัยนำเอาปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุผู้ขับขี่ อายุรถ กลุ่มรถ ฯลฯ มาใช้ในการ
  คำนวณเบี้ยประกันภัย ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้รถ
  คำถาม     โดยรวมแล้วค่าเบี้ยประกันภัยแบบใหม่ถูกลงกว่าเดิมอย่างไร?
  คำตอบ     ข้อนี้ขอเรียนว่า การประกันภัยแบบใหม่ มุ่งให้ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้รถ เช่น ท่านที่ขับขี่รถดี
  ประโยชน์คือเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง คือ ส่วนลดเบี้ยประกันภัยขั้นสูงกำหนดให้สูงขึ้นจาก
  เดิม 40% ---- ใหม่เป็น 50% หรือรถท่านเสี่ยงภัยน้อยกว่าเพราะใช้คนเดียวหรือ 2 คน
  ก็ได้รับส่วนลดจากกรมธรรม์แบบระบุชื่อ เป็นต้น
  เบี้ยประกันภัยใหม่ได้นำเอาปัจจัยหลายอย่างมาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย เช่น ลักษณะ
  การใช้รถ อายุรถ ขนาดรถยนต์ อายุผู้ขับขี่ กลุ่มรถยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย เป็นต้น
  ดังนั้นทำให้ รถยี่ห้อเดียวกัน ขนาดเดียวกัน จะเสียเบี้ยประกันภัยแตกต่างกัน แต่ถ้านำ
  รถคันเดียวกันมาคำนวณเบี้ยประกันภัยที่คุ้มครองเหมือนกัน เปรียบเทียบระหว่างพิกัด
  ปัจจุปันกับแบบใหม่ ขอรับรองว่าเบี้ยประกันภัยจะไม่สูงขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น
  รถยนต์ส่วนบุคคล กลุ่มที่ 3 (Honda civic, Toyota corona) เอาประกันภัยที่คุ้มครอง
       ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก 1 ล้านบาท/คน 5 ล้านบาท/ครั้ง
       ความรับผิดต่อผู้โดยสารในรถ 1 ล้านบาท/คน 5 ล้านบาท/ครั้ง
       ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 2.5 ล้านบาท/ครั้ง
       ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 2 แสนบาท/คน (7 คน)
    ประกันค่ารักษาพยาบาลบุคคลในรถ 1 แสนบาท/คน (7 คน)
    ประกันตัวผู้ขับขี่ 2 แสนบาท/ครั้ง
       ประกันข้อความและเครื่องหมาย 4 หมื่นบาท
       ทุนประกันภัยประมาณ 4 แสนบาท
       จะเสียเบี้ยประกันภัยประมาณ 26,000 บาท - 27,000 บาท
  แต่เบี้ยประกันภัยในระบบใหม่จะเสียเบี้ยประกันภัยประมาณ 24,000 บาท - 25,000 บาท
  เป็นต้น
  คำถาม     การคิดเบี้ยประกันภัยที่มี Rate สูงสุด และต่ำสุดคำนวณจากอะไร? จะมีประโยชน์แก่ผู้ขับขี่
  อย่างไรบ้าง?
  คำตอบ     ลักษณะการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยแบบใหม่ยังคงกำหนดในลักษณะเดิม คือมีขั้นสูง
  และขั้นต่ำ บริษัทไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยสูงกว่าหรือต่ำกว่าเบี้ยประกันภัย
  ขั้นสูงหรือขั้นต่ำได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างบริษัทประกันภัย ประกอบกับ
  จะให้ประโยชน์ต่อผู้ใช้รถที่ดี เพราะเป็นการให้โอกาสบริษัทในการพิจารณารับประกันภัย
  (UNDERWRITE) จากปัจจัยอื่นประกอบได้ เช่น ท่านมีอาชีพทำงานในสำนักงาน
  การใช้รถของท่านเพียงเช้าไป-เย็นกลับ เป็นต้น
  คำถาม     อัตราเบี้ยประกันภัยนี้ กรมการประกันภัยเป็นผู้กำหนดหรือว่าแล้วแต่บริษัทประกันภัยจะคิดกันเอง?
  คำตอบ     กรมการประกันภัยเป็นผู้กำหนด
  คำถาม     กรมธรรม์แบบระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ คิดค่าเบี้ยแตกต่างกันอย่างไร?
  ทำไมถึงเอาเรื่องอายุมาเป็นเกณฑ์ในการคิดเบี้ยประกันภัย? กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่
  แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่ผู้ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ มีผลอย่างไร?
  คำตอบ     อายุผู้ขับขี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการกำหนดเบี้ยประกันภัยรถแต่ละคัน
  โดยกำหนดให้ใช้เฉพาะกรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ เนื่องจากเห็นว่าผู้ขับขี่ที่มี
  อายุต่างกันความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุมีความแตกต่างกัน
  กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย ระหว่าง 5% - 20%
 โดยพิจารณาจากอายุผู้ขับขี่ ดังนี้
      อายุ 18 - 24 ปี ลดเบี้ย 5%
    อายุ 25 - 35 ปี ลดเบี้ย 10%
    อายุ 36 - 50 ปี ลดเบี้ย 20%
    อายุเกิน 50 ปี ลดเบี้ย 15%
 กรณีกรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ แต่ตอนเกิดเหตุไม่ใช่ผู้ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์
  หากเป็นฝ่ายถูก ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก แต่หากเป็นฝ่ายผิดก็ต้องรับผิดชอบ
  ค่าเสียหายส่วนแรกเอง
  คำถาม     ความคุ้มครองเพิ่มตามเอกสารแนบท้ายคืออะไร?
  คำตอบ     ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มตามเอกสารแนบท้ายได้ 3 แบบ ด้วยกันคือ
  การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ
  การประกันภัยค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ
  การประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา