บทนำเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์
การประกันภัยรถยนต์








     การดำเนินชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน "รถยนต์" มีบทบาทสำคัญในการคมนาคมและขนส่งสินค้า 
     มีการขยายเส้นทางคมนาคมทางบกเพิ่มมากขึ้นทุกปี เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
     ทำให้จำนวนผู้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทางและในการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ 
     รถยนต์จึงเป็นพาหนะที่อำนวยความสะดวกและให้ประโยชน์แก่มนุษย์เป็นอย่างมาก 
     แต่ในขณะเดียวกันรถยนต์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์เป็นอย่าง
     มากเช่นเดียวกัน

     "อุบัติเหตุ" เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอย่างไร มนุษย์พยายามหาทาง
     ป้องกันอุบัติเหตุและลดอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถ โดยวิธีหนึ่งที่จะลดความเสียหาย 
     หรือบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากความเสี่ยงภัยของรถยนต์ที่ดีที่สุดคือ "การประกันภัย" 
     ดังนั้น ในปัจจุบันธุรกิจการประกันภัยรถยนต์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเอื้ออำนวยประโยชน์
     ต่อสังคมภายใต้การกำกับดูแลของ "กรมการประกันภัย" ให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม
     รวมทั้งดูแลให้ธุรกิจดำเนินการและพัฒนาต่อไปในแนวทางที่เหมาะสม สามารถตอบสนอง
     ความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     การประกันภัยรถยนต์มี 2 ส่วน คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและการประกันภัยรถยนต์
     ภาคสมัครใจ ในส่วนของภาคบังคับนั้น ได้แก่ การประกันภัยตาม "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้
     ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535" เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ อุบัติเหตุ
     อันเกิดจากรถได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
     โดยผู้ประสบภัยดังกล่าวไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย หรือได้รับการชดใช้ค่าเสียหายไม่เพียงพอ
     กับความเสียหายที่ได้รับจริง ผู้ประสบภัยจึงต้องดำเนินการใช้สิทธิของตนเองเรียกร้องความ
     เป็นธรรมหรือขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการดำรงชีพ 
     ซึ่งหลักการของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีจุดประสงค์ให้ผู้ประสบภัยได้รับ
     ความคุ้มครองทางด้านการเงินในจำนวนที่เหมาะสม โดยให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นทันทีก่อน 
     โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดและหากไม่ปรากฏผู้กระทำผิดก็ให้รับค่าเสียหายเบื้องต้น จาก
     กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นก่อน 
     ("รู้ทันประกันรถยนต์" : นายอำนวย สุภเวชย์) ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
     ไว้เพียงเท่านี้

     ส่วนการประกันภัยภาคสมัครใจนั้น คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ ที่อาจเกิดขึ้น
     ต่อรถยนต์ หรือเกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกรวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ใน
     รถยนต์นั้น ซึ่งในปัจจุบันโครงสร้างการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ใช้อยู่นั้น เป็นโครงสร้างที่ใช้มา
     ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 และยังไม่เคยมีการปรับปรุง โดยการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยจะกำหนดตาม
     ประเภทรถ ชนิดและขนาดรถยนต์ โดยไม่ได้นำเอาปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อความเสี่ยงภัยมาร่วมพิจารณา 
     ได้แก่ องค์ประกอบเกี่ยวกับผู้ขับขี่ และประสิทธิภาพของรถทำให้การกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยเป็น
     ลักษณะเฉลี่ยเบี้ยระหว่างกลุ่มรถที่มีพฤติกรรมความเสี่ยงสูง ไปสู่รถที่มีพฤติกรรมความเสี่ยงต่ำ 
     ซึ่งไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่มีความเสี่ยงภัยต่ำแต่ต้องเสียเบี้ยประกันภัยในอัตราเท่ากับกลุ่มที่มี
     ความเสี่ยงสูง อีกทั้งบริษัทประกันภัยยังปฏิเสธการรับประกันภัยรถยนต์คันที่มีความเสี่ยงภัยสูง 
     ทำให้เกิดปัญหาในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย

     นอกจากนี้ ผลของวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2540 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งประเทศ
     รวมถึงธุรกิจประกันภัย สืบเนื่องจากการประกาศให้ค่าเงินบาทลอยตัว ทำให้ต้นทุนการประกอบการทั้ง
     ค่าแรงและค่าอะไหล่ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น จากสาเหตุดังกล่าว บริษัทต้องพยายาม
     ลดต้นทุนที่เกิดขึ้นเพื่อสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ จึงมีบางบริษัทใช้วิธีผลักภาระให้แก่ประชาชน
     ผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย และการปฏิเสธการ
     รับประกันภัยในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เป็นต้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับ
     ความเป็นธรรมและภาพลักษณ์ของธุรกิจประกันภัยโดยรวมได้รับความเสียหาย อาจเกิดผลกระทบใน
     ระยะยาวต่อธุรกิจประกันภัยในประเทศได้ ซึ่งจะทำให้ระบบการรับประกันภัยของไทยไม่พัฒนา 
     ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นต่อระบบการประกันภัยในประเทศจากที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่
     ต้องดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจให้สอดคล้องกับสภาพความ
     เสี่ยงภัยที่แท้จริง และตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาระบบ
     การประกันภัยให้มีประสิทธิภาพและเข้ากับหลักปฏิบัติสากล อีกทั้งสามารถตองสนองความต้องการ
     ของประชาชน และแข่งขันกับคู่แข่งจากต่างประเทศในตลาดเสรีได้ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
     ผู้เอาประกันภัย และต่อบริษัทประกันภัยเอง